กนอ.จัดงานวันคล้ายวันสถาปนา กนอ. ครบรอบ 44 ปี

กนอ.จัดงานวันคล้ายวันสถาปนา กนอ. ครบรอบ 44 ปี

กนอ. ก้าวสู่ปีที่ 45 ด้วยยุทธศาสตร์ 4G+ Innovation
จาก TOP 3 อาเซียน สู่องค์กรที่เป็นเลิศด้านการพัฒนานิคมฯ เชิงนิเวศ

กนอ. มุ่งหน้าสู่เป้าหมายใหม่ หลังขึ้นแท่น TOP 3 อาเซียน หวังต่อยอดความสำเร็จ พิชิตโจทย์ “องค์กรที่เป็นเลิศด้านการพัฒนานิคมฯ เชิงนิเวศ” ด้วยยุทธศาสตร์ใหม่ 4G+ Innovation สนับสนุนการเจริญเติบโต ทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืนตามแนวนโยบายการพัฒนาประเทศ เพื่อหลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง ไปสู่ประเทศรายได้สูง

นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยในโอกาสที่ กนอ. ครบรอบคล้ายวันสถาปนา ปีที่ 44 เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2559 ว่า ในปีงบประมาณ 2559 ที่ผ่านมา กนอ. ประสบความสำเร็จ ในการบรรลุเป้าหมายการยกระดับ กนอ. สู่การเป็นองค์กรชั้นนำ 3 อันดับแรกของภูมิภาคอาเซียนด้านการพัฒนาและบริหารนิคมอุตสาหกรรม ตามแผนยุทธศาสตร์ กนอ. ปีงบประมาณ 2557-2559 โดยปัจจุบันมีนิคมอุตสาหกรรม 55 แห่ง ใน 16 จังหวัด มีพื้นที่รวมทั้งหมด 166,493 ไร่ มีโรงงานทั้งหมด 4,414 ราย มูลค่าการลงทุนทั้งหมด 3.04 ล้านล้านบาท ก่อให้เกิดการจ้างงานทั้งหมด 587,696 คน
สำหรับการขับเคลื่อนองค์กรตั้งแต่ปีงบประมาณ 2560 เป็นต้นไป จะเดินหน้าตามแผนยุทธศาสตร์ฉบับใหม่ (ปีงบประมาณ 2560-2564) เพื่อบรรลุวิสัยทัศน์ในการเป็นองค์กรนำสร้างเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศสู่เศรษฐกิจอนาคต และมุ่งสู่เป้าหมายในการเป็นองค์กรที่เป็นเลิศของอาเซียนในการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ 4G+ Innovation ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการขับเคลื่อนประเทศไทยในภาพรวม

“ภาพใหญ่ของประเทศตามนโยบายของรัฐบาล คือ การนำพาประเทศไทยให้หลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง ไปสู่ประเทศรายได้สูง หรือประเทศพัฒนาแล้ว (ประชากรมีรายได้อยู่ที่ 12,000 เหรียญสหรัฐฯ ต่อคนต่อปี จากปัจจุบันอยู่ที่ 7,500 เหรียญสหรัฐฯ ต่อคนต่อปี ) ตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579) นำไปสู่กรอบแนวคิดประเทศไทย 4.0 (Thailand 4.0) และอุตสาหกรรม 4.0 (Industry 4.0) เนื่องจากภาคอุตสาหกรรม เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ ช่วยสร้างรายได้ให้กับประเทศเป็นจำนวนมาก จึงมีการกำหนด 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ที่จะผลักดันการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (S-curve) ใน 2 รูปแบบ คือ 1. การต่อยอด 5 อุตสาหกรรมเดิมที่มีศักยภาพ (First S-curve) จะสามารถเพิ่มรายได้ของประชากรได้ประมาณ ร้อยละ 70 ของเป้าหมาย 2. การเติม 5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต (New S-curve) จะช่วยเพิ่มรายได้ของประชากรอีกประมาณ ร้อยละ 30 ของเป้าหมาย”

ผู้ว่าการ กนอ. กล่าวต่อไปว่า ภารกิจสำคัญของ กนอ. คือการเป็นกลไกของภาครัฐด้านการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมของประเทศ และสนับสนุนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืนตามแนวนโยบาย การพัฒนาประเทศ ซึ่งแผนที่สำคัญสำหรับขับเคลื่อน กนอ. ไปสู่ความสำเร็จดังกล่าว ก็คือ กรอบยุทธศาสตร์ 4G+ Innovation ซึ่งประกอบไปด้วย
1. การพัฒนานิคมอุตสาหกรรม/ท่าเรืออุตสาหกรรม เพื่อรองรับเศรษฐกิจอนาคต (Growth Strategy) เพิ่มขีดความสามารถในการรองรับกระแสอุตสาหกรรม 4.0 ของโลก โดยมุ่งเน้นการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน (Connectivity Corridor) เพื่อเพิ่มมูลค่าทางการค้าระหว่างประเทศ และกระจายรายได้ไปสู่ท้องถิ่น การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมในรูปแบบรูปแบบคลัสเตอร์/ซูเปอร์คลัสเตอร์ ซึ่งสอดคล้องกับอุตสาหกรรมเป้าหมาย (First S-curve และ New S-curve) รวมถึงการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความพร้อมทางด้านโครงสร้างพื้นฐาน และมีกลุ่มอุตสาหกรรมเดิมในพื้นที่ให้สามารถต่อยอด/เชื่อมโยง เป็นจำนวนมาก จึงสามารถเป็นเครื่องยนต์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระยะสั้น-กลางได้เป็นอย่างดี
2. การสร้างสมดุลของการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม เพื่อการอยู่ร่วมกันของภาคอุตสาหกรรม สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม (Green Strategy) โดยมีแนวคิดที่สำคัญ คือ การพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศควบคู่ไปกับการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนตามแนวทางประชารัฐ โดยนิคมอุตสาหกรรมทุกแห่งจะเข้าสู่การเป็น เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ เพื่อให้สังคม ชุมชน ยอมรับและเชื่อมั่นต่อการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยของนิคมอุตสาหกรรม รวมถึงส่งเสริมสนับสนุนสร้างความเข้มแข็งด้านเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนโดยรอบนิคมฯ ตามแนวยุทธศาสตร์ประชารัฐของประเทศ
3. การพัฒนาองค์กรสู่ความเป็นเลิศด้วยนวัตกรรม (Great Strategy) ซึ่ง กนอ. จะยกระดับการให้บริการ ต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยใช้นวัตกรรมมาช่วยในการอำนวยความสะดวก/เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการ รวมถึงพัฒนาบุคลากรให้มีความคิดสร้างสรรค์เพื่อให้เกิดการสร้างนวัตกรรม
4. การยกระดับองค์กรสู่องค์กรแห่งความโปร่งใสและมีธรรมาภิบาล (Good Governance Strategy) มุ่งเสริมสร้างหลักธรรมาภิบาลให้เข้มแข็ง มีระบบบริหารจัดการที่ดี เกิดประโยชน์สุขต่อประชาชน อันจะนำไปสู่การพัฒนาและยกระดับมาตรฐานองค์กรเพื่อสร้างความเชื่อมั่นจากสังคม


mpls