กนอ. เดินหน้าแผนป้องกันน้ำท่วมรับฤดูฝน จัดทีมเฝ้าระวังทุกนิคมฯ 24 ชม.รายงานผลต่อเนื่อง

กนอ. เดินหน้าแผนป้องกันน้ำท่วมรับฤดูฝน จัดทีมเฝ้าระวังทุกนิคมฯ 24 ชม.รายงานผลต่อเนื่อง

กนอ. เร่งทุกนิคมฯปฏิบัติตามแผนป้องกันน้ำท่วมรับฤดูฝน พร้อมรายงานสถานการณ์ผ่านศูนย์วอร์รูม เฝ้าระวัง ตลอด 24 ชม. เตรียมพร้อมเครื่องสูบน้ำและอุปกรณ์ เร่งสูบระบายน้ำกรณีฝนตกต่อเนื่อง เผยภาพรวมนิคมฯ ทั่วประเทศยังอยู่ในสถานการณ์ปกติ

นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า จากการติดตามข้อมูลสถานการณ์น้ำในช่วงฤดูฝนของกรมอุตุนิยมวิทยา เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา พบว่า ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ทั้งนี้ กนอ. ยังเฝ้าติดตามสถานการณ์ฝนโดยรวมในแต่ละพื้นที่ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง 3 เดือนตั้งแต่ กรกฎาคม จนถึง กันยายน ที่จะถึงนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ว่า ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง จะมีปริมาณฝนตกหนักเพิ่มขึ้นกว่าปกติ ประมาณ 5-10 เปอร์เซ็นต์ หรือ ประมาณ 650 มิลลิเมตร (จากค่าเฉลี่ย 600 มิลลิเมตร) ส่วนภาคตะวันออก จะมีปริมาณฝนรวมใกล้เคียงค่าปกติ หรือประมาณ 900 มิลลิเมตร โดยภาพรวมตามที่คาดไว้ ยังอยู่ในสถานการณ์ปกติที่สามารถบริหารจัดการน้ำในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมได้ และยังไม่น่าเป็นห่วงแต่อย่างใด

ทั้งนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับทุกนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศ โดยเฉพาะนิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อาทิ นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน นิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า (ไฮเทค) นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร ให้สามารถรับมือกับสถานการณ์น้ำในช่วงฤดูฝนที่อาจจะมีปริมาณฝนตกหนักบางแห่งในพื้นทีอย่างต่อเนื่อง โดย กนอ.ได้จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามข้อมูลสถานการณ์น้ำในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมศูนย์ปฏิบัติการ กนอ. ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานงานกับนิคมอุตสาหกรรมทุกแห่งในการแจ้งข้อมูลข่าวสาร update สถานการณ์ และประสานความช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน รวมถึงกำกับให้นิคมอุตสาหกรรมทุกแห่งปฏิบัติตามแผนป้องกันน้ำท่วม ได้แก่
1) สำรวจและเสริมความมั่นคงแข็งแรงของคันดินป้องกันน้ำท่วม
2) เตรียมความพร้อมระบบป้องกันน้ำท่วม เครื่องสูบน้ำระบายน้ำและเครื่องจักรอุปกรณ์
3) ขุดลอกและพร่องน้ำในลำรางระบายน้ำและบ่อเก็บกักน้ำฝนภายในนิคมอุตสาหกรรมโดยระวังไม่ให้กระทบต่อชุมชนใกล้เคียง
4) จัดหาเครื่องสูบน้ำสำรอง เครื่องกำเนิดไฟฟ้า น้ำมันเชื้อเพลิง กระสอบทราย และอุปกรณ์ต่างๆ ให้พร้อมใช้งาน
5) จัดเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเวรตลอด 24 ชั่วโมง
6) ตรวจสอบระดับน้ำของจุดเฝ้าระวังโดยรอบพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ และประสานงานกับกรมชลประทานอย่างใกล้ชิด
7) ติดตามข้อมูล ข่าวสาร และพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง
8) บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เช่น กรมชลประทาน ทหาร และท้องถิ่น เพื่อรองรับสถานการณ์
9) ฝึกซ้อมแผนตอบโต้ภาวะฉุกเฉินกรณีเกิดเหตุอุทกภัยของนิคมอุตสาหกรรมร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เป็นประจำทุกปี

อีกทั้ง กนอ. มีอุปกรณ์สำรองฉุกเฉินโดยจัดเตรียมคันกั้นน้ำติดตั้งเร็วจำนวน 2,188 ชุด สูง 1.21 เมตร มีความยาว 20 กิโลเมตร ซึ่งสามารถติดตั้งได้รวดเร็วในเกือบทุกสภาพพื้นที่ มีโครงสร้างที่แข็งแรงทนทาน ดังนั้น กนอ. จึงมั่นใจว่ามาตรการทั้งหมดข้างต้นจะสามารถรับมือสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรม ทุกแห่งได้


streaming content By iptv