กนอ.เตรียมเปิดศูนย์บริการ EEC – TSC ในนิคมฯ แหลมฉบัง ระยะแรกพร้อมให้คำปรึกษาการลงทุน คาดเปิดทั้งระบบปี 2561

กนอ.เตรียมเปิดศูนย์บริการ EEC – TSC ในนิคมฯ แหลมฉบัง ระยะแรกพร้อมให้คำปรึกษาการลงทุน คาดเปิดทั้งระบบปี 2561

กนอ.เร่งพัฒนาศูนย์ให้บริการอนุมัติอนุญาต EEC – TSC ณ นิคมฯแหลมฉบัง พื้นที่นำร่องแห่งแรก หนุนความความพร้อม สร้างความเชื่อมั่น ตอบโจทย์นักลงทุน ด้านการให้บริการขออนุมัติอนุญาตประกอบกิจการที่สะดวกแบบครบวงจร คาดพร้อมเปิดให้บริการทั้งระบบได้ในปี 2561

นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า กนอ.อยู่ระหว่างดำเนินการตามแผนงานการจัดระบบการให้บริการที่เกี่ยวข้องด้านการลงทุนแบบครบวงจร เพื่ออำนวยความสะดวกในเรื่องต่างๆให้กับนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ ที่จะเข้ามาลงทุนในพื้นที่ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ทั้งในด้านการสอบถาม และให้คำปรึกษาข้อมูล การส่งเสริมการลงทุน การขออนุมัติ อนุญาต และข้อมูลด้านสิทธิประโยชน์ เพื่อประกอบธุรกิจ โดยการจัดตั้งศูนย์บริการเบ็ดเสร็จครบวงจรผู้ประกอบการ EEC (EEC One Stop Service : EEC–TSC)ในนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี เป็นพื้นที่นำร่องแห่งแรกที่จะอำนวยความสะดวกต่อนักลงทุนที่สนใจเข้ามาลงทุนภายใต้โครงการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่ครอบคลุมทั้งจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง

ทั้งนี้ ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จครบวงจรผู้ประกอบการ EEC-TSC ในนิคมฯแหลมฉบัง กนอ.ได้กำหนดแผนการดำเนินงานจัดตั้ง ออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การวางระบบข้อมูลการจัดตั้งศูนย์บริการแบบชั่วคราว หรือ Focal Point Service ซึ่งจะให้บริการด้านข้อมูลส่งเสริมการลงทุนและให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน
สำหรับ ระยะที่ 2 กนอ.จะเปิดให้บริการแบบครบวงจร ด้านการอนุมัติ อนุญาต ตามกระบวนการขั้นตอนการดำเนินธุรกิจแก่นักลงทุนตามภารกิจภายใต้การพัฒนาพื้นที่ EEC ซึ่งคาดพร้อมเปิดให้บริการทั้งระบบของศูนย์บริการเบ็ดเสร็จครบวงจรผู้ประกอบการ EEC-TSC ได้ในปี 2561

นอกจากนี้ กนอ. มีแผนการดำเนินงานในการจัดตั้งศูนย์ให้บริการในรูปแบบดังกล่าว ที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง เพิ่มเป็นพื้นที่บริการแห่งที่ 2 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความคล่องตัวให้กับนักลงทุนครอบคลุมในพื้นที่ภาคตะวันออก ดังนั้น การจัดตั้งศูนย์บริการดังกล่าว ถือว่าเป็นกลไกสำคัญต่อการสนับสนุนให้เกิดการลงทุนที่สอดรับกับนโยบายการพัฒนาด้านการลงทุนของรัฐบาลทั้งการเพิ่มขีดความสามารถและการสร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพ การให้บริการนักลงทุนที่มีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ปัจจุบันรัฐบาล มีนโยบายส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่ EEC ในหลายด้าน ประกอบด้วย 1.การปรับปรุงกฎระเบียบให้เอื้อต่อการลงทุนมากยิ่งขึ้น เช่น การแก้ไขพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุนฉบับใหม่ พระราชบัญญัติการเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันของประเทศ 2.การร่างพระราชบัญญัติเขตเศรษฐกิจพิเศษและระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก .....ซึ่งจะเป็นแนวทางที่รัฐบาลต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง ภายใต้นโยบายไทยแลนด์ 4.0 นอกจากนี้ประเทศไทย มีข้อได้เปรียบด้านแรงงานคุณภาพ รวมถึงกำลังซื้อในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งมีประชากรถึง 600 ล้านคน และข้อได้เปรียบด้านภูมิศาสตร์ที่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภูมิภาค ซึ่งจะเอื้อประโยชน์ต่อนักลงทุนได้อย่างแท้จริง


streaming content By iptv