“กนอ.” เผย EEC ดันยอดขายที่ดินนิคมฯพุ่ง ผลประกอบการ 9 เดือนขาย –เช่า กว่า 2,000 ไร่

“กนอ.” เผย EEC ดันยอดขายที่ดินนิคมฯพุ่ง ผลประกอบการ 9 เดือนขาย –เช่า กว่า 2,000 ไร่

“กนอ.” ปลื้มผลประกอบการยอดขาย-เช่าที่ดินในรอบ 9 เดือนของปีงบประมาณ 2560 (ต.ค.59-มิ.ย.60) รวม 2,156.40 ไร่ คิดเป็นเม็ดเงินลงทุน 102,251 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ชี้รับแรงหนุนจากนโยบาย EEC มั่นใจทั้งปีโตตามเป้าหมาย 3,000 ไร่ เดินหน้าเตรียม ความพร้อมรับการลงทุนทั้งพื้นที่ และระบบให้บริการครบวงจร

นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของ กนอ. ในรอบ 9 เดือน (ต.ค.59-มิ.ย.60) มียอดขายและเช่าที่ดินของนิคมอุตสาหกรรม รวมทั้งสิ้น 2,156.40 ไร่ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 1.2% รวมมูลค่าการลงทุน 102,251 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 47.2% ซึ่งยอดขายและเช่าที่ดินที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรม ในพื้นที่ระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC รวม 1,956.33 ไร่ ปัจจุบัน กนอ. มีนิคมอุตสาหกรรมทั้งสิ้น 54 แห่งใน 15 จังหวัด มีพื้นที่ รวม 164,493 ไร่

การเพิ่มขึ้นของยอดขายและเช่าที่ดินในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา ชี้ให้เห็นว่านโยบายการพัฒนา พื้นที่ EEC ของรัฐบาล นับเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในการยกระดับฐานการผลิตของประเทศ ภายใต้นโยบายอุตสาหกรรม4.0 ทำให้นักลงทุนมีความสนใจในเรื่องของข้อมูลสิทธิประโยชน์ และกฎหมาย เพื่อประกอบการตัดสินใจในการเข้ามาลงทุน ประกอบกับพื้นที่ดังกล่าวยังมีศักยภาพในการเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของประเทศ ทั้งด้านวัตถุดิบ แรงงานฝีมือ รวมถึงความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นท่าเรือน้ำลึก ถนน ระบบรถไฟ นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้กำหนดงบประมาณเพื่อการพัฒนา 1.5 ล้านล้านบาท เพื่อลงทุนในระบบรถไฟฟ้าความเร็วสูง รถไฟรางคู่ และ การพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา ภายใน 5 ปี ทั้งนี้ กลุ่มอุตสาหกรรมที่เข้ามาลงทุนในพื้นที่นิคมฯ EEC และนิคมฯอื่นๆ ยังคงเป็นกลุ่มยานยนต์ กลุ่มเหล็ก และโลหะกลุ่มยางและพลาสติก กลุ่มเครื่องยนต์และเครื่องจักรกลที่ไม่ได้ใช้ยานยนต์ กลุ่มไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น ดังนั้นจากความเชื่อมั่นของภาคเอกชนที่ฟื้นตัวมั่นใจว่ายอดขายและเช่าที่ดินในพื้นที่นิคมฯปีงบประมาณ 2560 เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้อยู่ที่ 3,000 ไร่

“ในช่วงที่เหลือของปีงบประมาณ ปี 2560 คาดว่าการลงทุนจะเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ตามการฟื้นตัว ของเศรษฐกิจภายในประเทศ และการส่งออกที่มีการขยายตัวอย่างเนื่อง รวมทั้งรัฐบาลมีนโยบายกระตุ้นการส่งเสริมการลงทุนที่เป็นรูปธรรม จากตัวเลขผลสำรวจความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติในไทยประจำปี 2560 ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ พบว่านักลงทุนต่างชาติมีความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย โดยร้อยละ 35.7 มีแผนที่จะขยายการลงทุนในประเทศไทย ซึ่งความเชื่อมั่นการลงทุนปรับตัวสูงขึ้นกว่าปี 2559 และ 2558 อยู่ที่ร้อยละ 32.5 และ 25.2 ตามลำดับขณะเดียวกัน นักลงทุนอีกร้อยละ 62.5 จะเดินหน้าลงทุนในไทยตามแผนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง” นายวีรพงศ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม กนอ.ได้เตรียมรองรับการลงทุนในพื้นที่ที่จะเกิดขึ้นทั่วประเทศ ทั้งในพื้นที่ EEC นิคมฯ ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) และนิคมฯยางพารา (Rubber City) ที่เป็นไปตามแนวทางของรัฐบาล ในการพัฒนาการลงทุนไปทุกภูมิภาค เพื่อให้เกิดการกระจายความเจริญไปสู่ท้องถิ่นและการเชื่อมโยงการค้า การลงทุนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

นอกจากนี้ กนอ.ได้ศึกษาความเหมาะของพื้นที่ เพื่อใช้จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมสมาร์ทพาร์ค หรือ นิคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชั้นสูงขึ้น เพื่อรองรับอุตสาหกรรมใหม่ที่เกิดขึ้นตามนโยบายรัฐบาลในพื้นที่ EEC อาทิ อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ อุตสาหกรรมการบิน และโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมดิจิตอล และอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร โดยได้กำหนดพื้นที่จัดตั้งที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง ซึ่งจะใช้พื้นที่ประมาณ 1,466 ไร่ ประกอบด้วย พื้นที่ประกอบอุตสาหกรรมและพื้นที่พาณิชยกรรม ซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณเพื่อการลงทุน ประมาณ 1,000 ล้านบาท และจะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2564

นายวีรพงศ์ กล่าวว่า กนอ.ได้เตรียมความพร้อมในการให้บริการด้านการลงทุนจัดตั้งโครงการศูนย์บริการเบ็ดเสร็จครบวงจรผู้ประกอบการ EEC (EEC One Stop Service : EEC-TSC) ที่นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ไม่ว่าจะเป็นการให้คำปรึกษาข้อมูลการลงทุน ทั้งในด้านการขออนุมัติ อนุญาต และข้อมูล สิทธิประโยชน์ เพื่อประกอบการในนิคมอุตสาหกรรม


streaming content By iptv