กนอ.กำชับบริษัทเอเซียซิลิโคนฯ ในนิคมฯเอเซีย เร่งดำเนินการตามแผนความปลอดภัยสร้างความเชื่อมั่นให้ชุมชน

กนอ.กำชับบริษัทเอเซียซิลิโคนฯ ในนิคมฯเอเซีย เร่งดำเนินการตามแผนความปลอดภัยสร้างความเชื่อมั่นให้ชุมชน

กนอ.กำชับบริษัทเอเซียซิลิโคนฯ ในนิคมฯเอเซีย
เร่งดำเนินการตามแผนความปลอดภัยสร้างความเชื่อมั่นให้ชุมชน
​กนอ. หารือ บริษัทเอเซียซิลิโคนฯ และชุมชนใกล้เคียงนิคมฯเอเซีย จังหวัดระยอง หลังเกิดเพลิงไหม้ จัดตั้งคณะกรรมการไตรภาคีตรวจสอบความปลอดภัย และสร้างความมั่นใจกับประชาชน โดยร่วมกันตรวจสอบ เมื่อบริษัทฯ ปรับปรุงแก้ไขตามที่ กนอ. ได้สั่งการ พร้อมกำชับบริษัทฯ ให้ปฏิบัติตามแผนและมาตรการป้องกันทั้งระยะสั้น และระยะยาว เพื่อเป็นแนวทางป้องกันและเป็นไปตามข้อปฏิบัติตามกฎหมายด้านความปลอดภัยของ กนอ. ไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอีก
นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยถึงกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในโรงงาน บริษัท เอเซียซิลิโคน โมโนเมอร์ จำกัด ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมเอเชีย ตำบลบ้านฉาง อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา โดยในวันที่ 20 ตุลาคม 2560 เวลา 10.00 น. กนอ. ได้ให้บริษัทฯ เข้าชี้แจงและแถลงข่าวให้ผู้สื่อข่าวและชุมชนใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบ เพื่อรับฟังข้อเท็จจริงถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น และแนวทางป้องกันด้านความปลอดภัย ทั้งระยะสั้นและระยาว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในสถานประกอบการให้แก่ผู้ประกอบการ และชุมชนใกล้เคียง ณ ห้องประชุมสำนักงานนิคมฯ เหมราชตะวันออก (มาบตาพุด) จังหวัดระยอง
ในส่วนของ กนอ. ได้มีคำสั่งมาตรา 37 แห่ง พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2535 ให้บริษัทฯ ดำเนินการ ดังนี้
​1. ระงับการดำเนินกิจกรรมในหน่วยผลิตสารไซลอกเซนส์ (Siloxane) ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้
​2. จัดหา Third Party เพื่อดำเนินการตรวจสอบประเมินหาสาเหตุ และกำหนดแผนการปรับปรุงแก้ไขปัญหาของหน่วยผลิตสารไซลอกเซนส์ (Siloxane) ตลอดจนตรวจสอบอุปกรณ์ที่อยู่ในบริเวณข้างเคียง ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากเหตุไฟลุกไหม้ พร้อมทั้งรายงานข้อเท็จจริงต่อ กนอ. โดยละเอียด
​3. ปรับปรุงและแก้ไขปัญหา ตามข้อ 2 ให้เข้าสู่ภาวะปกติ และเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ ให้แจ้งผลการดำเนินการต่อ กนอ. เพื่อพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
จากการประชุมหารือได้มีความเห็นร่วมกัน ให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการไตรภาคีฯ เพื่อติดตามตรวจสอบบริษัทฯ เมื่อปรับปรุงแก้ไขแล้วเสร็จ ซึ่งคณะการการฯ ประกอบด้วย กนอ. บริษัทฯ และผู้แทนจากชุมชนที่ได้รับผลกระทบ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันตรวจสอบความปลอดภัย และสร้างความร่วมมือ และแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหา เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับชุมชนในพื้นที่รอบนิคมฯต่อไป
นอกจากนั้น กนอ.ยังคงจัดส่งรถตรวจวัดคุณภาพอากาศ Mobile Unit ตรวจวัดคุณภาพอากาศเพื่อตรวจสอบ และเฝ้าระวังคุณภาพอากาศ ในพื้นที่ชุมชนใกล้เคียงที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบตามทิศทางลม ได้แก่ ชุมชนมาบชลูด–ชากกลาง และได้มีการเชื่อมโยงข้อมูลการตรวจวัดต่างๆมายังศูนย์เฝ้าระวังและควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (EMCC) ที่นิคมฯมาบตาพุด จังหวัดระยอง และศูนย์ปฏิบัติการ กนอ. สำนักงานใหญ่ ในลักษณะ Real Time อย่างต่อเนื่อง โดยการตรวจวัดดังกล่าว ยังไม่พบสารเคมีตกค้างในอากาศแต่อย่างใด


streaming content By iptv